VPS , dedicated , Colocation , ขายส่งบิ๊กอาย , ขายส่งคอนแทคเลนส์ , คอนแทคเลนส์ขายส่ง , บิ๊กอายขายส่ง , คอนแทคเลนส์ขายส่ง , บิ๊กอายขายส่ง , เปรียบเทียบราคาสินค้า , server , จำหน่าย Ram Server , ขาย Ram Server , ที่นอนราคาถูก , โปรเน็ต , หางาน
3

ทำไมออกกำลังกายไม่ช่วยให้ผอม…แต่ยิ่งอ้วน?!

1

ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา เพิ่งจะเกิดกระแสฮิตการออกกำลังกายแพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยปัจจุบันคนอเมริกันเป็นสมาชิกฟิตเนสมากกว่า 45 ล้านคน จ่ายค่าสมาชิกฟิตเนสปีละไม่ต่ำกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ และมีถึง 57% ที่เข้าฟิตเนสออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ

ท่ามกลางสังคมฟาสต์ฟู้ด ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากโรคอ้วน สื่อแดนมะกันและวารสารด้านการแพทย์ชั้นนำของโลกต่างพยายามปลุกกระแสต่อเนื่องว่า การออกกำลังกายไม่เพียงแต่จะเป็นยาวิเศษช่วยยืดอายุให้ยืนยาว แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วยลดน้ำหนักและลดความอ้วนที่เปี่ยมประสิทธิภาพสูงสุดด้วย แม้แต่คุณหมอยุคใหม่ก็เริ่มแนะนำคนไข้สูงวัยให้หันมาออกกำลังกายเบาๆ ทั้งที่เมื่อหลายสิบปีก่อน คนแก่มักได้รับคำเตือนว่าควรหลีกเลี่ยงการเอ็กเซอร์ไซส์ เพราะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อกระดูกกระเดี้ยว

อย่างไรก็ดี ผลวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยหลุยเซียนา สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ จัดทำโดย “เอริก ราวุสซิน” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพชื่อดัง ฟันธงว่าผู้คนยุคใหม่กำลังเข้าใจผิดอย่างแรงว่า การออกกำลังกายช่วยลดน้ำหนักได้จริงเหมือนที่ฟิตเนสทั้งหลายโหมโฆษณา กระนั้น ผลการศึกษาหลายสำนักบ่งชี้ว่าถึงแม้การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว พอเอ็กเซอร์ไซส์เสร็จกลับทำให้หิวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2

ทำไมยิ่งออกกำลังกายยิ่งอ้วน ไม่ทำให้ผอมเพรียวอย่างที่คิด?! “ดร.ทิโมธี เชิร์ช” นักวิชาการชื่อดังจากวารสารการแพทย์ทรงอิทธิพลของโลก “พับลิก ไลบรารี ออฟ ไซแอนส์” ค้นพบความจริงสุดเซอร์ไพรส์ หลังสำรวจจากกลุ่มผู้หญิงอ้วน จำนวน 464 คน ซึ่งไม่ชอบออกกำลังกาย โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ไม่มีการควบคุมเรื่องอาหาร เพียงแต่ 3 กลุ่มแรกจัดให้เข้าคอร์สออกกำลังกายกับเพอร์ซันแนลเทรนเนอร์ต่อเนื่อง 6 เดือนเต็ม แบ่งเป็นกลุ่มๆ อาทิตย์ละ 72 นาที, 136 นาที และ 194 นาทีตามลำดับ ส่วนกลุ่มตัวอย่างสุดท้ายใช้ชีวิตได้ปกติ

ผลลัพธ์ที่ได้เซอร์ไพรส์สุดๆ โดยผู้หญิงอ้วนทั้งหมดสามารถลดน้ำหนักได้ตามคาด แต่กลุ่มที่เข้าคอร์สออกกำลังกายกลับลดน้ำหนักได้พอๆกับกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายเลย “ดร.ทิโมธี”ใช้ทฤษฎีให้รางวัลตัวเองและกินแก้แค้นมาอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า การที่ผู้หญิงอ้วนทั้ง 3 กลุ่มทุ่มเทออกกำลังกายอย่างหนักอาทิตย์ละหลายชั่วโมง ทำให้มีข้ออ้างกับตัวเองที่จะกินมากขึ้น เพื่อชดเชยความเหนื่อยล้า

ยิ่งเต้นแอโรบิกท่ามกลางอากาศร้อนๆเหงื่อออกชุ่มตัว หลังออกกำลังกายเสร็จหมาดๆ หลายคนจึงติดนิสัยต้องหาน้ำเกลือแร่เย็นๆดื่มให้ชื่นใจ บางคนวิตกจริตกลัวจะหิวจนนอนไม่หลับ ก็เลยต้องซัดข้าวไปอีกจานก่อนกลับบ้าน จากปกติไม่ค่อยทานข้าวเย็นเท่าไหร่ งานนี้แทนที่จะผอมสมใจ เลยยิ่งอ้วนไปกันใหญ่ เพราะโปรแกรมในสมองสั่งให้กินแก้แค้นเพื่อชดเชยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

เมื่อหลายปีก่อน วารสารด้านจิตวิทยาเล่มดัง “ไซโคโลจิคอล บูลเลติน” ตีพิมพ์บทความของสองจิตแพทย์ชื่อก้อง “มาร์ค มูราเวน” และ “รอย บูมิสเตอร์” ไว้อย่างน่าสนใจว่า การควบคุมจิตใจตนเองก็เหมือนกับการควบคุมกล้ามเนื้อ มันจะอ่อนล้าหมดแรงหลังถูกใช้งานหนักหน่วงมาทั้งวัน ลองจินตนาการดูว่าวันไหนที่เราบังคับตัวเองให้วิ่งจ๊อกกิ้งนานเป็นชั่วโมง วันนั้นเราก็มีแนวโน้มตบะแตกได้ง่ายๆ จากที่เคยทานสลัดเป็นมื้อค่ำ อาจเลือกซัดพิซซ่าชิ้นโต

ใครอยากผอมด้วยการออกกำลังกาย แค่วิ่ง…วิ่ง…วิ่ง และใช้เวลาอยู่ ในฟิตเนสอาทิตย์ละหลายวันคงไม่เพียงพอแน่ๆ ต้องควบคุมต่อมความอยากให้อยู่กับร่องกับรอยด้วย ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า กินให้น้อยกว่าพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน และเวลารับประทานอาหารให้คิดซะว่า 1 ใน 3 ของกระเพาะเป็นอาหาร, 1 ใน 3 เป็นน้ำ และ 1 ใน 3 เป็นลม คืออย่ากินจนอิ่มแน่นท้อง ให้เหลือที่ว่างสำหรับน้ำและอากาศด้วย ไม่ใช่เผื่อท้องไว้กินขนม.

ขอบคุณที่มา http://www.thairath.co.th/content/245883

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *